Coupang ข้อมูลส่วนบุคคล 30 ล้านรายการรั่วไหล...เหยื่อเผชิญกับเหตุการณ์ฟิชชิ่งทาง SMS และการสวมรอยบ่อยครั้ง

TechubNews

จากเหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลครั้งใหญ่ของ Coupang ที่ยังคงลุกลามต่อเนื่อง ความวิตกกังวลของผู้บริโภคยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดระบุว่าข้อมูลที่รั่วไหลมีจำนวนประมาณ 33.7 ล้านรายการ ซึ่งเกือบเท่ากับจำนวนบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดของ Coupang ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อนที่ขยายวงกว้างขึ้น

แม้ท่าทีอย่างเป็นทางการของ Coupang จะระบุว่าข้อมูลที่รั่วไหลในครั้งนี้ไม่รวมข้อมูลการชำระเงินหรือรหัสผ่าน แต่ก็มีการยืนยันแล้วว่าข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ อีเมล ที่อยู่ ได้รั่วไหลออกไป ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการโดนหลอกลวงและฟิชชิ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ประสบการณ์ที่มีการแชร์ผ่านชุมชนออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กเซอร์วิส(SNS) เช่น “มีประวัติล็อกอินในเวลาที่ผิดปกติ” หรือ “ข้อความปลอมเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน” กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และมีกรณีผู้เสียหายจริงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานรัฐบาลและอุตสาหกรรมความปลอดภัยกำลังให้คำแนะนำวิธีการตรวจสอบและมาตรการป้องกันหลากหลายรูปแบบเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจขยายวงกว้าง สถาบันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตแห่งเกาหลี(KISA) ให้บริการ “ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลของฉัน” ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลบัญชี(เช่น บัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน)ของตนได้ถูกเผยแพร่ในเว็บมืดหรือช่องทางอื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล จะต้องอาศัยการแจ้งจากแต่ละบริษัทโดยตรง จึงควรติดตามประกาศหรือหน้าตรวจสอบการรั่วไหลของแต่ละองค์กร

นอกจากนี้ การตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบที่แพลตฟอร์มจัดไว้ให้ก็เป็นมาตรการตอบโต้ที่สำคัญด้วย แพลตฟอร์มออนไลน์หลัก ๆ รวมถึง Coupang ต่างให้บริการข้อมูลประวัติการเข้าสู่ระบบล่าสุด สถานที่ที่เข้าใช้งาน อุปกรณ์ที่ใช้ หากพบประวัติการเข้าใช้งานจากสถานที่หรือช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคย หรือพบร่องรอยการเข้าใช้งานจากอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีและเปิดใช้งานระบบยืนยันสองขั้นตอน นอกจากนี้ยังควรตัดสิทธิ์การเข้าถึงจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน

แนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อความปลอมและการฟิชชิ่งทางเสียงหลังเหตุการณ์รั่วไหลครั้งนี้ก็น่าจับตามอง ข้อมูลสถิติจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและ KISA ระบุว่า หลังจากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ในอดีต ภายใน 1-3 เดือน จำนวนการแจ้งข้อความปลอมมักจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการโจมตีด้วยข้อความในนามแบรนด์ที่ต่อเนื่องทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสียหาย จึงควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชั่นจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และระวังการคลิกลิงก์ที่อยู่ในข้อความน่าสงสัย

ขณะนี้รัฐบาลได้เปิดช่องทางแจ้งเหตุผู้เสียหายตามประเภท การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ 118 ของ KISA ส่วนการโดนขโมยบัญชีหรือแอบอ้างแจ้งได้ที่ระบบแจ้งอาชญากรรมไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจ หากเกิดความเสียหายทางการเงิน ยังสามารถดำเนินการผ่านศูนย์รับมือธุรกรรมการเงินผิดกฎหมายของสำนักงานกำกับดูแลการเงินได้อีกด้วย กลุ่มองค์กรเอกชนก็เริ่มดำเนินการขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแบบกลุ่ม และการดำเนินคดีตามกฎหมายก็ดูมีแนวโน้มจะเดินหน้าอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลขนาดใหญ่นี้ได้ส่งสัญญาณเตือนต่อระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศโดยรวม คาดว่าในอนาคต ทั้งรัฐบาลและผู้บริโภคจะเพิ่มการตรวจสอบระบบการจัดการความปลอดภัยของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น และการหารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินต่อไป

news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น