Emerging Markets คือ? ทำความเข้าใจตลาดเกิดใหม่และโอกาสการลงทุนระยะยาว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากได้ตระหนักถึงความสำคัญของ emerging markets คือ ตลาดที่เต็มไปด้วยศักยภาพการเติบโต แต่หลายคนยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า Emerging Markets นั้นไม่ได้จำกัดเพียงอุตสาหกรรมเดิมๆ เพราะปัจจุบันประเทศเหล่านี้ก็มีบริษัทนวัตกรรมที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก เนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ Emerging Markets ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) คืออะไร

Emerging Markets หรือ ตลาดเกิดใหม่ เป็นการอ้างอิงถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและยังมีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว คำนี้มักใช้เพื่ออธิบายตลาดทุนและโอกาสในการลงทุนที่เข้ามาในคลื่นใหม่ของการขยายตัวเศรษฐกิจ

ตลาดเกิดใหม่สามารถแบ่งออกตามภูมิภาคหลัก 3 ประเภท ได้แก่

1. ประเทศเอเชีย: ไทย เกาหลีใต้ จีน อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย และปากีสถาน

2. ประเทศละตินอเมริกา: อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลัมเบีย เม็กซิโก เปรู และเวเนซูเอลา

3. ประเทศยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง: สาธารณรัฐเชก ฮังการี โปแลนด์ รัสเซีย อิสราเอล จอร์แดน โมร็อคโค อียิปต์ แอฟริกาใต้ และตุรกี

ลักษณะสำคัญของ Emerging Markets ที่นักลงทุนต้องรู้

ตลาดเกิดใหม่มีความแตกต่างจากตลาดที่พัฒนาแล้วหลายประการ ดังนี้

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เก้าวกระโดด - ประเทศใน Emerging Markets มักมีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างมาก บัญชีธนาคารหรือการบริหารการเงินมีการพัฒนาอยู่ระหว่างกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต

ประชากรหนุ่มและอำนาจซื้อที่เพิ่มขึ้น - ตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีประชากรในวัยทำงานที่สูง มีอัตราการเติบโตของประชากรที่เร็ว และกลุ่มชั้นกลางที่กำลังขยายตัว ทำให้ความต้องการบริโภคและการลงทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ระบบการเงินที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา - บางประเทศ Emerging Markets มีระบบการเงินที่ยังไม่เสถียรอย่างสมบูรณ์ หรืออาจมีความท้าทายในการเข้าถึงเงินทุน การจัดการความเสี่ยง และความโปร่งใสทางการเงิน

การเปิดตัวต่อการค้าขายระหว่างประเทศ - ปัจจุบัน Emerging Markets กำลังเปิดเผยตัวเองต่อตลาดโลก มีการเพิ่มขึ้นของการค้าขายระหว่างประเทศ แต่ยังต้องปรับเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ

ความเสี่ยงทางการเมืองและการเงิน - ตลาดเกิดใหม่มักเผชิญกับความไม่เสถียรทางการเมือง ความผันผวนของนโยบายรัฐบาล หรือปัญหาเศรษฐกิจฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน

การพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมใหม่ - บางตลาดมีภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับนักลงทุน เช่น เทคโนโลยี อุตสาหกรรมการผลิต และพลังงาน

ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) และการเปรียบเทียบกับ Emerging Markets

Developed Market หรือ ตลาดพัฒนาแล้ว หมายถึงประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนที่สูงที่สุด ประเทศเหล่านี้มีรายได้เฉลี่ยสูง ระบบการเงินที่มั่นคง และประสิทธิภาพของสถาบันการตลาด ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ลักษณะของตลาดพัฒนาแล้ว ได้แก่

  • ประชากรมีรายได้เฉลี่ยสูงมาก มีระดับการศึกษาและทักษะฝีมือที่เหนือกว่า
  • มีระบบสุขภาพดี การดูแลรักษาสุขภาพมีคุณภาพสูง
  • ภาคอุตสาหกรรมและบริการมีความเข็มแข็ง มีการลงทุนสูงในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ระบบการศึกษามีคุณภาพและการแข่งขันสูง
  • ความเสถียรทางการเมือง ปฏิบัติตามกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
  • ระบบสวัสดิการที่เข้มแข็ง อิสระและยอมรับความหลากหลายวัฒนธรรม
  • ระบบการเงินมั่นคง ตลาดทุนที่เสถียร และโอกาสการลงทุนที่สมบูรณ์

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Emerging Markets กับ Developed Market

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาส อาจมีความลังเล ว่าควรเลือกลงทุนใน Emerging Markets หรือ Developed Market เนื่องจากทั้งสองมีความน่าสนใจของตัวเอง ข้อแตกต่างหลักอยู่ที่

อัตราการเติบโต - Emerging Markets มีอัตราการเติบโตของ GDP สูงกว่า (บ่อยครั้ง 5-8% ต่อปี) เทียบกับ Developed Market ที่มักอยู่ที่ 2-3% ต่อปี

ความเสี่ยง - Emerging Markets มีความเสี่ยงสูงกว่าทั้งในด้านการเมือง การเงิน และสกุลเงิน แต่ก็มีศักยภาพผลตอบแทนสูงกว่า

ความเสถียร - Developed Market มีความเสถียรมากกว่า ระบบ สถาบัน และกฎหมายมั่นคงกว่า

ความสัมพันธ์ทางตลาด - Emerging Markets อาจไม่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับตลาดพัฒนาแล้ว ทำให้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ดี

ทำความรู้จักกับ MSCI Emerging Markets Index

MSCI Emerging Markets Index เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญสำหรับวัดประสิทธิภาพของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ Emerging Markets ทั่วโลก ดัชนีนี้พัฒนาโดย MSCI Inc. (Morgan Stanley Capital International) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านการจัดทำดัชนีและวิเคราะห์ทางการเงิน

ลักษณะสำคัญของ MSCI Emerging Markets Index

  • ประกอบด้วยหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ของประเทศ Emerging Markets รวมถึง จีน บราซิล อินเดีย รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • MSCI ปรับปรุงดัชนีต่อเนื่องเพื่อรวมเอาการเปลี่ยนแปลงในตลาดหลักทรัพย์และสถานการณ์เศรษฐกิจ
  • หุ้นที่รวมอยู่ในดัชนีจะมีน้ำหนักตามขนาดตลาดของบริษัท โดยมีการปรับให้สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดทั่วไป
  • นักลงทุนและกองทุนส่วนใหญ่ใช้ MSCI Emerging Markets Index เป็นตัวชี้วัดในการวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการลงทุน

นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนหรือ ETF ที่อ้างอิงกับ MSCI Emerging Markets Index ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกในการเข้าถึงตลาดเกิดใหม่หลายประเทศพร้อมกัน

BRICS - กลุ่ม 5 Emerging Markets ที่ทรงพลัง

BRICS เป็นตัวย่อของกลุ่มประเทศ Emerging Markets ที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วย บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa)

กลุ่ม BRICS มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ กลุ่มประเทศเหล่านี้กำลังกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ของเศรษฐกิจโลก ท้าทายอำนาจและถ่วงดุลของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

ประวัติศาสตร์ของแนวคิด BRICS - คำศัพท์นี้ถูกบัญญัติขึ้นโดยนาย Jim O’Neill หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจโลกจากโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (G7) ไปยังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

บทบาทเศรษฐกิจ - กลุ่ม BRICS มีสัดส่วน GDP โลกรวมกันประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งหมด ทำให้เป็นกลุ่มตลาดขนาดใหญ่ที่มีจำนวนผู้บริโภคมหาศาล โดยมีโอกาสการลงทุนและผลตอบแทนที่สูง

ทำไมนักลงทุนควรพิจารณาลงทุนใน Emerging Markets

ศักยภาพการเติบโตที่เหนือกว่า - จุดเด่นหลักของการลงทุนใน Emerging Markets คือประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตเพียง 2-3% ต่อปี ตลาดเกิดใหม่มักเติบโตในอัตราที่สูงกว่า 3% ขึ้นไป เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่มากกว่า โดยเฉพาะวัยทำงานที่สูงกว่า มีความต้องการซื้อและการสร้างฐานะที่เข้มแข็ง

เหตุผลอื่นๆ ที่สำคัญ:

  1. กระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน - การลงทุนหุ้นใน Emerging Markets สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ เนื่องจากตลาดเหล่านี้อาจไม่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับตลาดพัฒนาแล้ว ทำให้ลดความเสี่ยงรวมและอาจเพิ่มผลตอบแทนโดยรวม

  2. มูลค่าตามราคาที่ดีกว่า - หุ้นใน Emerging Markets บ่อยครั้งถูกตีราคาต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว ทำให้มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโต

  3. การขยายตัวของกลุ่มกลางชนและผู้บริโภค - ประเทศ Emerging Markets มีจำนวนผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มชั้นกลาง ซึ่งสร้างโอกาสสำหรับธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุน Emerging Markets

ข้อดีของการลงทุนใน Emerging Markets

ศักยภาพเติบโตทางเศรษฐกิจ - ตลากเกิดใหม่มักมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าตลาดที่พัฒนาแล้ว สร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่มากมาย

ทรัพยากรธรรมชาติ - บางตลาดเกิดใหม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า เช่น น้ำมัน แร่ธาตุ และพลังงาน

ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า - ต้นทุนแรงงานและการผลิตต่ำกว่ามาก ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการอย่างมีกำไร

อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ - การลงทุนในตลาดที่มีอุตสาหกรรมหรือเทคโนโลยีกำลังเติบโตอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดี

กลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัว - กลุ่มผู้บริโภคกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพ

การกระจายความเสี่ยง - การลงทุนใน Emerging Markets อาจช่วยแพร่หลายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนโดยรวม

ข้อเสียของการลงทุน Emerging Markets

ความไม่เสถียรทางเศรษฐกิจ - ตลากเกิดใหม่มีความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่สูง อาจเกิดความผันผวนทางการเงินและการเมือง

ความเสี่ยงทางการเมือง - การลงทุนในบางพื้นที่อาจเผชิญกับความไม่เสถียรทางการเมืองและความขัดแย้ง

ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย - มีความไม่แน่นอนในเรื่องกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ

การขาดความเข้มงวดในการตรวจสอบ - บางพื้นที่อาจขาดความเข้มงวดในการควบคุมดูแล ซึ่งอาจเสี่ยงต่อปัญหากฎหมายและความปลอดภัย

ความเสี่ยงด้านสกุลเงิน - การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุน

กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะกับ Emerging Markets

นอกจากศักยภาพผลตอบแทนที่สูงแล้ว การลงทุน Emerging Markets ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้นควรใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวัง

เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง - ศึกษาบริษัทที่มีศักยภาพเติบโต มีความสามารถในการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

พิจารณาการลงทุนใน ESG - บริษัทที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social, Governance) มักเป็นตัวเลือกที่ดีในระยะยาว

หากสนใจพันธบัตร - ให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจดี และมีความสามารถในการขับเคลื่อนการเติบโต

ลงทุนผ่าน ETF หรือกองทุนรวม - วิธีนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยังบริษัทและประเทศหลายแห่งได้ทีละครั้ง ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทเดียว

บริหารจัดการความเสี่ยง - จำเป็นต้องมีแผนการบริหารความเสี่ยง เช่น การกำหนดระดับความสูญเสียที่ยอมรับได้ และการหลีกเลี่ยงการลงทุนด้วยตัวเลือกอนุพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป

สรุป: Emerging Markets ในยุคการเปลี่ยนแปลง

หลังจากช่วงวิกฤตโควิด-19 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนหลายคนต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนในตลาดพัฒนาแล้วหรือ Emerging Markets สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อสร้างโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดี

Emerging Markets นับว่า คือ ทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักลงทุนที่มีมุมมองระยะยาว ด้วยศักยภาพการเติบโตที่ยังคงสูง และโอกาสการลงทุนที่มีความหลากหลาย อย่างไรก็ตาม ควรมีสัดส่วนการลงทุนที่สมดุลและเหมาะสมกับโปรไฟล์ความเสี่ยงของตัวเอง เพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งการลงทุนได้อย่างมั่นคงในระยะกลางและระยะยาว

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด