This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Financial Literacy คือ ทักษะการเงินที่ทุกคนจำเป็นต้องมี
ในโลกของเงินและการจัดการทางการเงิน คนไทยส่วนใหญ่ยังมองข้ามความสำคัญของ financial literacy ทั้งที่นี่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การออม การลงทุน ไปจนถึงการเกษียณ ความรู้ด้านการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณควบคุมและปลดปล่อยตัวเองจากหนี้สิ้น
ทำไม Financial Literacy ถึงจำเป็นต่อชีวิตของคุณ
ตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับตา เรื่องการเงินเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ - ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้ ใช้จ่าย ลงทุน หรือเก็บออม
คนเราต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินมากมาย แต่ปัญหาคือระบบการศึกษาไทยไม่ได้มีการสอนวิชาการเงินอย่างจริงจัง ส่งผลให้บุคคลส่วนใหญ่ไม่มีพื้นฐานความรู้ที่เพียงพอ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการตัดสินใจซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น ดังที่นักลงทุนชื่อดัง Warren Buffett เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณซื้อของที่ไม่จำเป็น ในไม่ช้าคุณจะต้องขายของที่จำเป็น”
การใช้จ่ายโดยไม่มีแผนอาจสร้างความเครียดทางการเงินและนำไปสู่ปัญหาหนี้สิ้นได้หากกลายเป็นนิสัย ด้วยเหตุนี้ ความรู้ด้านการเงินจึงเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้างอนาคตที่มั่นคง
5 องค์ประกอบหลักของทักษะการเงิน
ความรู้ด้านการเงินไม่ได้หมายถึงการเข้าใจทั้งหมด แต่เป็นการรู้และนำแนวคิดพื้นฐานมาใช้ให้เป็นประโยชน์ มาดูองค์ประกอบหลักที่ประกอบเป็น financial literacy:
1. การวางแผนและจัดทำงบประมาณ
การวางแผนการเงินเริ่มต้นด้วยการรู้ว่ารายได้และรายจ่ายของคุณเป็นเท่าไร การจัดทำงบประมาณช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายและกำหนดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าเช่า ค่าอาหาร ไปจนถึงความบันเทิง
2. การออมและการลงทุน
การเก็บออมเป็นพื้นฐานของความมั่งคั่ง ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการเข้าใจว่าเงินของคุณสามารถหารายได้ได้ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม หรือสินค้าอื่นๆ
3. การจัดการและการชำระหนี้
การกู้ยืมอาจจำเป็น แต่ถ้าหากคุณไม่เข้าใจเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และวิธีการชำระหนี้ที่ถูกต้อง คุณอาจตกเป็นเหยื่อของหนี้ที่ใหญ่โตขึ้น
4. ความรู้เรื่องภาษี
ภาษีส่งผลกระทบต่อรายได้ของคุณอย่างมาก การทำความเข้าใจระบบภาษีจะช่วยให้คุณสามารถใช้สิทธิตัวเองได้อย่างเต็มที่ และเก็บออมไว้ได้มากขึ้น
5. การบริหารการเงินส่วนบุคคล
การเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม เช่น บัตรเครดิต บัญชีออมทรัพย์ หรือการลงทุน ต้องมีการศึกษาและเข้าใจดีก่อนตัดสินใจ
ประโยชน์ของการมีทักษะทางการเงิน
เมื่อมีความรู้ด้านการเงิน คุณจะได้รับประโยชน์มากมาย:
ป้องกันข้อผิดพลาดทางการเงิน - เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอาจมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นได้ การรู้เงื่อนไขอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการตัดสินใจผิดๆ
เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน - การมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนของค่าครองชีพเป็นการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงเช่น การตกงานหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
บรรลุเป้าหมายทางการเงิน - ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินดาวน์บ้าน การเดินทางต่างประเทศ หรือการเกษียณ การวางแผนอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้
สร้างความมั่นใจ - เมื่อคุณเข้าใจเรื่องการเงิน คุณจะสามารถตัดสินใจในชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกปลอดภัย
แล้วคนไทยล่ะ? ผลสำรวจระดับทักษะการเงิน
องค์กรระหว่างประเทศ OECD ที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 38 ประเทศ ได้จัดทำแบบสำรวจเพื่อวัดระดับความรู้ทางการเงินของประชากรในแต่ละประเทศ โดยคะแนนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0-100 คะแนน
สำหรับประเทศไทย คะแนนความรู้ทางการเงินอยู่ที่ 71 จาก 100 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นทัศนคติที่มุ่งเน้นไปยังระยะยาว แต่ยังคงมีโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้คนไทยสามารถจัดการการเงินและวางแผนอนาคตได้ดีขึ้น
เรียนรู้จากเรื่องจริง: กรณีศึกษาของมานี
ลองนึกภาพมานี ผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและได้งานแรกกับเงินเดือน 18,000 บาท มานีตัดสินใจนำ financial literacy มาใช้ในชีวิตจริงอย่างไร:
ขั้นที่ 1: สร้างแผนรายรับ-รายจ่าย - มานีนั่งลงและจดรายได้และรายจ่ายทั้งหมด แล้วจัดสรรเงินให้กับส่วนต่างๆ อย่างมีสติ
ขั้นที่ 2: เปิดบัญชีออมทรัพย์ที่มีผลตอบแทน - แทนที่จะวางเงินไว้ เมานีเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงเพื่อสร้างกองทุนฉุกเฉินและวางแผนเกษียณ
ขั้นที่ 3: เรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน - มานีเริ่มศึกษาเกี่ยวกับหุ้น กองทุนดัชนี และลงทุนด้วยยอดเงินเล็กน้อยแต่อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นที่ 4: ชำระหนี้การศึกษา - มานีมีหนี้เงินกู้การศึกษา แต่เธอชำระเงินตรงเวลาและหลีกเลี่ยงการสะสมหนี้บนบัตรเครดิต
ขั้นที่ 5: ตั้งเป้าหมายและติดตามความคืบหน้า - มานีกำหนดเป้าหมายการออมที่ชัดเจน เช่น ดาวน์บ้าน และติดตามความคืบหน้าเป็นประจำ
จากกรณีศึกษานี้ เราจะเห็นว่า financial literacy ไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณเริ่มต้นด้วยพื้นฐานที่มั่นคง และเก็บแก้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ
Financial Literacy กับการลงทุนในตลาดหุ้น
สำหรับมือใหม่ที่สนใจลงทุนหุ้น ความรู้ด้านการเงินจะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจพื้นฐานของตลาดหุ้นได้
ขั้นแรก: เรียนรู้พื้นฐาน - ตลาดหุ้นคืออะไร? หุ้นแตกต่างจากพันธบัตรหรือกองทุนรวมอย่างไร? คำตอบของคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดี
ขั้นที่สอง: ตั้งเป้าหมายและกระจายความเสี่ยง - อย่าลงทุนทั้งหมดในหุ้นตัวเดียว ลองกระจายเงินไปยังหลายหุ้นหรือประเภทสินทรัพย์ต่างๆ
ขั้นที่สาม: ใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม - มีแพลตฟอร์มเทรดดิ้งหลากหลายที่ช่วยให้การเริ่มต้นง่ายขึ้น เช่น MiTRADE ที่เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย CFD ที่ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์มี่สนับสนุนมือใหม่
ขั้นที่สี่: จัดการความเสี่ยง - ตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss เพื่อป้องกันการสูญเสีย และติดตามข่าวสารตลาดอย่างสม่ำเสมอ
ราคาหุ้นผันผวนตามปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ผลประกอบการของบริษัท สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือข่าวสารประจำวัน ดังนั้นการมีความรู้และการเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนลงทุน
กลยุทธ์สำหรับการพัฒนาทักษะทางการเงิน
1. ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
มีหนังสือ บทความ บล็อก พอดแคสต์ และหลักสูตรออนไลน์มากมายเกี่ยวกับการเงิน เลือกแหล่งข้อมูลที่มีชื่อเสียงและเป็นปัจจุบัน
2. ขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงิน
หากคุณต้องการคำแนะนำแบบเป็นส่วนตัว ที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพสามารถช่วยคุณวางแผนและตัดสินใจได้
3. เตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยง
สร้างกองทุนฉุกเฉิน 3-6 เดือนของค่าครองชีพเพื่อป้องกันตัวเองจากวิกฤตที่ไม่คาดคิด
4. วางแผนสำหรับวัยเกษียณ
กำหนดอายุเกษียณและค่าใช้จ่ายที่คาดหวัง จากนั้นลงทุนและออมอย่างสม่ำเสมอ
5. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
หากต้องการเพิ่มเงินออม คุณสามารถเลือกลดรายจ่ายโดยการวางแผนการซื้อสินค้าอย่างรอบคอบ แทนที่จะซื้อตามอารมณ์
สรุป: ทำไม Financial Literacy คือ ทักษะที่ยุคนี้ไม่ควรพลาด
Financial literacy คือ ความรู้ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการเงินได้อย่างชาญฉลาด มันไม่ใช่เรื่องที่ดูแปลก หรือซับซ้อนจนวัดเข้าใจไม่ได้ แต่เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้
การมีความรู้ด้านการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณลดความเครียด เพิ่มความมั่นใจ และสร้างอนาคตที่มั่นคงสำหรับตัวเองและครอบครัว ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือต้องการพัฒนาทักษะให้ดีขึ้น ขั้นตอนแรกคือการเริ่มเรียนรู้จากวันนี้เอง สิ่งสำคัญคือการยึดติดกับแผนและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพราะ financial literacy คือการเดินทางที่ต้องใช้เวลา และยิ่งคุณปฏิบัติมากเท่าไร ทักษะของคุณก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น