Money Flow Index(MFI):ดูแรงซื้อขายตลาดอย่างแม่นยำด้วยตัวชี้วัดนี้

เมื่อพูดถึงการวิเคราะห์ตลาด นักเทรดหลายคนมักเผชิญกับคำถามว่า “ควรเลือกตัวชี้วัดไหนจึงจะดูแรงซื้อขายได้อย่างแม่นยำที่สุด” คำตอบคือ Money Flow Index หรือ MFI นี่เอง ตัวชี้วัดนี้ไม่เพียงแต่บอกเราว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปทางไหน แต่ยังเป็นตัวบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นว่า “เงินจำนวนมากเข้ามาไหม” ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมากในการตัดสินใจเทรดที่มีประสิทธิภาพ

Money Flow Index คืออะไร และเหตุใดนักเทรดถึงต้องใช้

Money Flow Index หรือดัชนีกระแสเงินสด เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อวัดความแข็งแกร่งของกระแสเงินไหลเข้าและไหลออกจากตลาด ไม่เหมือนตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่มองแค่การเปลี่ยนแปลงของราคา MFI ให้ความสำคัญกับปริมาณการซื้อขายด้วย

เมื่อ Money Flow Index มีค่าสูง (ระดับ 80 ขึ้นไป) มันบ่งบอกว่าเงินทุนกำลังไหลเข้ามาในตลาดอย่างจำนวนมาก สัญญาณนี้เรียกว่า “สภาวะ Overbought” ซึ่งอาจหมายความว่าตลาดกำลังอบอุ่นเกินไป และราคาอาจหยุดพักตัวได้

ในทางตรงกันข้าม หาก MFI อยู่ที่ระดับต่ำมาก (ต่ำกว่า 20) นั่นบ่งบอกว่ากำลังมีการขายออกอย่างหนักในตลาด ซึ่งเรียกว่า “สภาวะ Oversold” และอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังอ่อนแออย่างมากอาจจะพร้อมสำหรับการฟื้นตัว

ความดีของ Money Flow Index คือสามารถนำไปใช้กับตลาดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น (รวมถึง Set 50), หรือ Cryptocurrency ล้วนแต่ใช้ได้ทั้งสิ้น

สูตรคำนวณและวิธีการหา MFI อย่างเป็นขั้นตอน

การคำนวณ Money Flow Index อาจดูซับซ้อนในแรกเห็น แต่ถ้าแบ่งเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ก็จะเข้าใจได้ดี

ขั้นตอนที่ 1: หา Typical Price Typical Price = (ราคาเปิด + ราคาปิด + ราคาสูงสุด) / 3

นี่คือการหาราคาเฉลี่ยของวันนั้น โดยนำราคาทั้งสามมารวมกันแล้วหารด้วย 3

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณ Money Flow Money Flow = Typical Price × ปริมาณการซื้อขาย

เราคูณราคาเฉลี่ยกับปริมาณการซื้อขายในวันนั้น

ขั้นตอนที่ 3: แยกเป็น Positive และ Negative Money Flow เมื่อ Typical Price ของวันนี้สูงกว่าหรือเท่ากับวันก่อนหน้า ค่า Money Flow นั้นคือ Positive Money Flow

เมื่อ Typical Price ของวันนี้ต่ำกว่าวันก่อนหน้า ค่า Money Flow นั้นคือ Negative Money Flow

ขั้นตอนที่ 4: หา Money Ratio Money Ratio = Positive Money Flow / Negative Money Flow

ขั้นตอนที่ 5: คำนวณค่า MFI สุดท้าย Money Flow Index = 100 - (100 / (1 + Money Ratio))

ค่าที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 เสมอ

วิธีใช้ Money Flow Index ให้ได้ผลและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

การใช้ Money Flow Index อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้แค่ดูค่าตัวเลข แต่ต้องเข้าใจบริบทของตลาดด้วย

ขั้นแรก ให้ทำความเข้าใจแนวโน้มของตลาด คุณต้องรู้ว่าตลาดกำลังขึ้นหรือลง เพราะสัญญาณของ MFI จะมีความหมายต่างกันในแต่ละสถานการณ์

ประการที่สอง อย่าใช้ Money Flow Index เพียงอย่างเดียว มันควรจะใช้คู่ไปกับตัวชี้วัดอื่น เช่น Moving Average หรือ MACD เพื่อให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำมากขึ้น

ประการที่สาม ให้สังเกตการเบี่ยงเบนระหว่าง MFI และราคา บ่อยครั้งที่ราคาทำให้สูงใหม่แต่ MFI ไม่ตามขึ้นมา นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากระแสซื้อกำลังอ่อนลงแล้ว

MFI เทียบกับ RSI: เลือกใช้อันไหนให้เหมาะสม

หลายคนอาจสงสัยว่า Money Flow Index กับ RSI (Relative Strength Index) ต่างกันอย่างไร ทั้งสองตัวชี้วัดนี้ต่างก็ใช้วัดแรงซื้อขายของตลาด แต่ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการวัด

RSI มองแค่การเปลี่ยนแปลงของราคา โดยหาค่าเฉลี่ยของราคาที่เพิ่มขึ้นและราคาที่ลดลง ค่า RSI อยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 เช่นกัน โดยค่าที่สูงกว่า 70 ถือว่าตลาดแข็งแกร่ง และต่ำกว่า 30 ถือว่าอ่อนแอ

Money Flow Index นั้นรวมปริมาณการซื้อขายเข้ามาด้วย มันไม่เพียงดูราคาเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ยังดูว่า “เงินเท่าไหร่” ที่เข้ามาผ่านการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย

ถ้าคุณต้องการความเรียบง่ายในการวิเคราะห์ RSI ก็เหมาะสม แต่ถ้าคุณต้องการข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า Money Flow Index จะให้ภาพที่ชัดเจนกว่า

ข้อดีและข้อจำกัดที่นักเทรดต้องรู้

ทุกตัวชี้วัดมีจุดเด่นและจุดด้อย Money Flow Index ก็ไม่ยกเว้น

ข้อดีของ MFI คือมันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มในระยะยาว นักเทรดที่ลงทุนแบบ swing trading หรือ long-term investing มักพบว่า MFI ให้สัญญาณที่เชื่อถือได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยในการสร้างกลยุทธ์ซื้อขายที่มีโอกาสทำกำไรสูง และเป็นตัวชี้วัดที่ง่ายต่อการใช้งาน เห็นภาพง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

ส่วนข้อจำกัด Money Flow Index นั้น ในบางครั้งอาจให้สัญญาณที่สับสนหรือไม่แม่นยำทุกครั้ง โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวนรุนแรง นอกจากนี้ MFI ไม่เหมาะสำหรับ Day Trading หรือการเทรดระยะสั้น เพราะมันทำงานได้ดีกว่าในช่วงเวลาที่ยาวขึ้น

สรุป: ใช้ Money Flow Index อย่างชาญฉลาด

Money Flow Index เป็นตัวชี้วัดที่มีค่ามาก ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถเข้าใจการไหลเวียนของเงินในตลาดได้ดีขึ้น ทำให้สามารถจับจุดซื้อขายที่เหมาะสมได้มากขึ้น

แต่อย่าลืมว่า Money Flow Index ไม่ใช่เครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ควรใช้มันร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ อย่าง Moving Average และ MACD เพื่อให้ได้ภาพที่ครบถ้วน และจำไว้ว่าแต่ละตลาดมีลักษณะเฉพาะของมันเอง ดังนั้นจึงต้องใช้ MFI อย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์

ขณะที่คุณฝึกฝนและคุ้นชินกับการใช้ Money Flow Index มากขึ้น คุณจะพบว่ามันสามารถเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในกระเป๋าของนักเทรดได้

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด