This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
โอกาสการลงทุนในปี 2026, ทุกสิ่งที่มือใหม่ควรรู้
ทำไมตอนนี้ควรพิจารณาการลงทุนในเงิน? เงินได้กลายเป็นสินทรัพย์หลักในอุตสาหกรรมสมัยใหม่มากกว่าที่เคยเป็นโลหะมีค่าเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ และศูนย์ข้อมูล AI ความต้องการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนปี 2026 ตลาดการลงทุนในเงินกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของโอกาสใหม่
ทำไมการลงทุนในเงินตอนนี้จึงดี?
จากแนวโน้มราคาของเงินในช่วงหลังๆ สัญญาณที่น่าสนใจเริ่มปรากฏ ราคาของเงินในช่วงกลางเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับต้นปี และมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่ผ่านมา การขึ้นราคานี้ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวระยะสั้น
เบื้องหลังความนิยมในการลงทุนในเงินนี้มีเหตุผลชัดเจน ประการแรกคือความต้องการในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ความต้องการเงินในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประการที่สองคือข้อจำกัดด้านอุปทาน เนื่องจากการผลิตโลหะมีค่ามีข้อจำกัดและใช้เวลานานในการเพิ่มปริมาณ จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ง่าย ประการที่สามคือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาค ความคาดหวังว่าดอกเบี้ยในประเทศชั้นนำจะลดลง ทำให้ความน่าสนใจของเงินสดลดลง และเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นวัตถุ เช่น เงิน ก็เคลื่อนย้ายเข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น
แนวโน้มราคาของเงินในปี 2026 คาดการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ
แนวโน้มการลงทุนในเงินของผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างไร? จากข้อมูลของ Scottsdale Bullion & Coin คาดว่าราคาต่ำสุดของเงินในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ค่าเฉลี่ยประมาณ 97 ดอลลาร์ และสูงสุดถึง 200 ดอลลาร์ เมื่อพิจารณาราคาปัจจุบันที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะไปถึงค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 97 ดอลลาร์
ด้านวิเคราะห์ทางเทคนิคก็แสดงสัญญาณบวกเช่นกัน ตามข้อมูลของ StockInvest เงินมีแนวโน้มของเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น กลาง และยาวเป็นบวก MACD ก็อยู่ในสภาวะซื้อ สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่าราคามีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปริมาณการซื้อขายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการขึ้นราคานี้เป็นการขึ้นอย่างแท้จริง
จุดสนับสนุนหลักอยู่ที่ 67.81 ดอลลาร์, 82.94 ดอลลาร์ และ 86.74 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 95.05 ดอลลาร์ สิ่งที่น่าสนใจคือ ราคาปัจจุบันยังไม่มีแนวต้านที่ชัดเจนเหนือระดับนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนรายวันที่มากกว่า 7% ก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นยังสูงอยู่
ความน่าดึงดูดและข้อควรระวังในการลงทุนในเงิน
ก่อนลงทุนในเงิน ควรเข้าใจข้อดีข้อเสียให้ชัดเจน ข้อดีคือโอกาสในการทำกำไรสูงในช่วงที่เงินมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสูง โดยเฉพาะในช่วงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เงินสามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและสร้างผลตอบแทนในระยะสั้นได้ดี นอกจากนี้ ราคาของเงินยังต่ำกว่าทองคำ ทำให้สามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยงบประมาณน้อยได้
แต่ก็มีข้อควรระวัง เช่น ความผันผวนของเงินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการขาดทุนอย่างรวดเร็วได้ อีกทั้งเงินมีความเสถียรน้อยกว่าทองคำ และขึ้นอยู่กับความต้องการในอุตสาหกรรมเป็นหลัก หากเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็อาจส่งผลต่อราคาของเงินได้เช่นกัน นอกจากนี้ หากเป็นการถือครองเงินในรูปแบบวัตถุ ก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนในการเก็บรักษาและการขนส่งด้วย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาก็มีความซับซ้อน เช่น การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐจะกดดันราคาของเงิน แต่ถ้าราคาทองคำปรับตัวขึ้น ก็อาจลากให้ราคาของเงินปรับตัวขึ้นตามไปด้วย สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นก็จะทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาของเงินปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการขุดเจาะก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ
5 วิธีเลือกลงทุนในเงินสำหรับมือใหม่
วิธีลงทุนในเงินมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความชอบของแต่ละคน ลองเปรียบเทียบกันดู
ลงทุนผ่าน ETF: ซื้อขายง่ายเหมือนหุ้น ลงทุนขั้นต่ำไม่สูงมาก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ไม่สามารถถือครองเงินในรูปวัตถุได้ และมีค่าธรรมเนียม
เปิดบัญชีเงินฝากในเงิน: เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของราคาของเงินโดยไม่ต้องถือครองวัตถุ สามารถฝากเงินและซื้อขายได้ง่าย แต่ข้อจำกัดคือความยืดหยุ่นในการวางแผนการลงทุน
ซื้อเงินในรูปวัตถุ: เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามวิกฤติ และให้ความรู้สึกพอใจทางจิตใจที่ได้ครอบครองวัตถุ แต่ก็ต้องรับภาระในการเก็บรักษาและขนส่ง รวมถึงความไม่สะดวกในการซื้อขาย
ซื้อ ETN: ให้โอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้น มีตัวเลือกหลากหลาย รวมถึงเลเวอเรจ แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากความน่าเชื่อถือของผู้ออก
ซื้อขาย CFD ผ่านแพลตฟอร์มตัวกลาง: ใช้เลเวอเรจเพื่อซื้อขายในปริมาณมากขึ้น สามารถทำกำไรทั้งในขาขึ้นและขาลง สะดวกผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือ แต่ต้องมีความรู้เรื่องเลเวอเรจและ CFD อย่างดี
สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากสินค้าที่ง่ายต่อการเข้าใจ เช่น ETF หรือบัญชีเงินฝากในเงิน ก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่การซื้อวัตถุหรือการเทรดระดับสูงเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงในการลงทุนในเงิน
แม้ราคาจะอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ควรระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ ควรแบ่งซื้อเป็นช่วงๆ โดยใช้แนวรับเป็นจุดเข้าซื้อ เช่น ซื้อในระดับประมาณ 86 ดอลลาร์และ 82 ดอลลาร์ เพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรล่วงหน้า เนื่องจากความผันผวนรายวันสูง การตั้งระดับขาดทุนและทำกำไรจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษากำไรได้ดีขึ้น ควรเลือกระดับที่สอดคล้องกับความสามารถรับความเสี่ยงของตนเอง
ในแง่พอร์ตโฟลิโอ การลงทุนในเงินเป็นทางเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นต่ำ ควรจัดสรรประมาณ 5-10% ของพอร์ตเพื่อการลงทุนในเงิน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดพร้อมกับการควบคุมความเสี่ยง
การใช้แพลตฟอร์มสำหรับลงทุนในเงิน
เพื่อความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มเทรดที่เชื่อถือได้ เช่น MTrade ซึ่งมีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ สามารถใช้เลเวอเรจและ CFD เพื่อรับโอกาสทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง
เมื่อเลือกแพลตฟอร์ม ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม สเปรด และระดับเลเวอเรจ รวมถึงดูว่ามีข้อมูลวิเคราะห์และข่าวสารตลาดให้ครบถ้วนหรือไม่ เช่น แพลตฟอร์ม MTrade Insights ที่ให้ข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสินทรัพย์หลักต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
ขั้นตอนการเริ่มต้นก็ง่าย เพียงกรอกข้อมูลส่วนตัว ยื่นคำขอเปิดบัญชี แล้วฝากเงินเข้า ก็สามารถเริ่มเทรดได้ทันที มีหลายช่องทางการฝากเงินให้เลือกตามสะดวก
สรุปแนวโน้มการลงทุนในเงินปี 2026
ปี 2026 น่าจะเป็นปีแห่งโอกาสสำหรับการลงทุนในเงิน เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ข้อจำกัดด้านอุปทาน และแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่สนับสนุนให้ราคาของเงินปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรระวังความผันผวนและวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ เริ่มจากการกำหนดเป้าหมายและความสามารถรับความเสี่ยงของตนเอง แล้วเลือกวิธีลงทุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากการลงทุนแบบง่ายๆ เช่น ETF หรือบัญชีเงินฝาก แล้วค่อยๆ ขยายไปสู่การลงทุนในวัตถุหรือการเทรดระดับสูง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดพร้อมกับการควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ